Prelude Music Book

Your Cart

รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

You are here: Home กิจกรรม/บทความ บทความ ลักษณะผลงานบรรเลงเปียโนของโชแป็ง

ลักษณะผลงานบรรเลงเปียโนของโชแป็ง

อีเมล พิมพ์ PDF

Chopin เป็นคีตกวีที่มีผลงานบรรเลงเปียโนโดดเด่น แต่เขามักจะหลีกเลี่ยงดนตรีที่ใช้ form ใหญ่ๆและไม่ค่อยประพันธ์ผลงานสำหรับ orchestra  รวมไปถึงการทำ orchestration โดย Chopinไม่ค่อยแสดงความใส่ใจต่อบทบาทและคุณภาพมากนัก

ในผลงานที่มีขนาดใหญ่และค่อนข้างใหญ่ โครงสร้างการจัดวางมักเป็นลักษณะ nondevelopmental form ในรูปง่ายๆเช่นเป็น ABA  โดยที่ B เป็น material ที่ไม่เกี่ยวข้องกันนัก ใน Sonata form ของ Chopin มีลักษณะคล้ายของ Schumann คือเป็นรูปแบบของ separate episodes แต่ Chopin จะเขียนผลงานออกมามีสไตล์ชัดเจนในรูปแบบที่เปียโนรองรับได้ดีกว่า การเขียนโน้ตให้ต่อเนื่องเป็นทาง และใช้ การสร้างเสียงจากกลุ่ม chord ในรูปแบบต่างๆ คือลักษณะของเขา ยังไงก็ตาม Chopin ยังไม่โลดโผนท้าทายเหมือน Liszt ซึ่งใช้พลังงานในการเล่นสูงและดึงเอาเสียงทุกช่วง octave ออกมาหมด ยังไงก็ตาม จะมีส่วนคล้าย Liszt อยู่บ้างบางเพลงเช่น Etude บางบท

 

Chopin เป็นนักคิดค้นทดลอง harmony แห่ง ศ. ที่ 19 เพราะเป็นถือยุคแรกที่มีการรับเอา กรรมวิธีของ chromatic dissonance และ modulation พัฒนาเข้าไปสู่ขอบเขตใหม่ๆ เขาชอบใช้ chord diminished 7th เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยน key ที่มีทางเลือกไม่จำกัด การใช้นิ้วที่ pianistic ร่วมกับการใช้ dampal pedal ซึ่งทำให้เสียงของโน้ตกลืนเข้าหากัน ร่วมกันสร้างบรรยากาศของ harmony ที่มีสีสันมาก   Chopin ชอบใช้ chord dominant seventh ที่เพิ่มโน้ตวิ่งแล่นทับข้างบน ซึ่งเริ่มเป็นวิธีที่นิยมกันใน ศ. นี้

Melody ของ เขามักจะจับวางตัวบนความยาว 4 หรือ 8 ห้อง ใช้ cadence มาตรฐานทั่วไปคือ dominant ไป tonic บางครั้งมีคุณสมบัติของ modal และ chromatic scales แฝงอยู่ ในบางเพลง และรูปแบบของมือขวาที่เล่นกระจายไปทั้ง 4 octave สูง ขณะเดียวกับที่มือซ้ายที่รองรับเป็น chord ในรูปแบบธรรมดา

ในรูปแบบของการเล่นเปียนโนดั้งเดิม นิ้วที่ใช้เป็นจุดหมุนคือนิ้วกลาง แต่รูปแบบของ Chopin หน้าที่นี้เป็นของนิ้วชี้ การวางมือแบบใหม่จะเฉียงออกด้านขวาเล็กน้อย arpeggiated chord และ legato octave เป็นเรื่องที่เขานำมาทดลอง

และการใช้ introduction ที่ไม่มีเสถียรภาพของ tonal ชัดแจ้ง เป็นวิธีการที่มีมาตั้งแต่ยุค classic และ Chopin ใช้ลักษณะนี้ในผลงาน Ballade in G minor, Polonaise-fantaisie และ Scherzo in C# minor ซึ่งผู้ฟังจะไม่เห็นร่องรอยของบันไดเสียงหลัก ในตอนเปิดเพลง

 

Chopin มีคุณสมบัติที่แสดงตนว่า "usually most classical in free forms" เพราะมีการขึ้นรูปของส่วนเพลงขึ้นมาใหม่จากวัตถุดิบอันใหม่ เช่นเดียวกับในดนตรียุค classic ที่มีการ "shaped themselves from their own"

จำนวนผลงานของ Chopin เขามี Prelude 24 บท, Ballade 4 บท, Scherzo 4 บท, Berceuse 1 บท, Nocturne 19 บท, Etude 34 บท, Impromptu 3 บท, Fantasie 2 บท, Fantasia-Impromptu 1 บท Barcarolle 1 บท

 

Prelude นับเป็น character-piece ขนาดเล็กที่ดีที่สุดของเขา ซึ่งยังไม่มีใครเทียบ ในด้านคุณภาพ ถอดแบบมาจาก Bach คือมี 24 บททุกบันไดเสียง วิธีการคิดและประพันธ์ถือว่าอยู่กันคนละวิธีกับแบบแผนของ symphony

Ballade ของ Chopin ถือว่าเป็น form ขนาดใหญ่สำหรับเขา คำว่า ballade ในผลงานของเขาเปรียบเทียบได้กับ Song without word ใช้คุณสมบัติของความแตกต่าง และใช้ theme ที่กำหนดไว้ละเอียดชัดแจ้งปรากฏบ่อยครั้งกว่างานในรูปแบบอื่นๆ และใช้ theme กันอย่างกว้างขวาง เกือบๆจะเท่าแบบแผนทาง symphonic ซึ่งแผ่ขยาย theme อย่างกว้างขวางเช่นเดียวกัน

Ballade ของ Chopin ทุกบทอยู่ใน Compound time ถึงแม้ว่าชื่อของมันจะบ่งบอกว่าเป็นสำนวนของการเล่าเรื่อง แต่ผลงานก็เป็นอิสระจากรูปแบบของ program music   Ballade บทที่ 2 นั้นมีโครงสร้างพิเศษต่างจากบทอื่น คือมีการสลับอารมณ์ระหว่าง Andantino กับ Presto con fuoco ซึ่งมีแตกต่างระหว่างกันอย่างรุนแรงและไม่มีการเกลาเข้าหากัน ส่วนอีก 3 บทที่เหลือเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของ form ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบทสุดท้ายที่ได้รับการกล่าวถึงว่ายิ่งใหญ่ที่สุด นับได้ว่า Chopin เป็นคนแรกที่ทำให้บทเพลง Ballade เป็นรูปแบบการประพันธ์อันน่าหลงใหล

Scherzo ของ Chopin เปรียบเสมือนเป็นองค์ประกอบย่อย (fragment) ของ sonata, Chopin ได้รับรูปแบบมาจาก Beethoven แต่ความสัมพันธ์ที่ตกทอดมานั้นไม่ใกล้กันนัก Scherzo ในแบบของ Chopin ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีความหลากหลายสูงกว่า เต็มไปด้วยมายาและสมบูรณ์แบบในตัวเอง  มีข้อน่าสังเกตว่า Scherzo ของเขาไม่ได้แสดงความรู้สึกชวนหัวขบขันแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกับเต็มไปด้วยความจริงจัง และความรู้สึก

Scherzo นับตั้งแต่แรกเริ่มนั้น Chopin หมายถึง ผลงานใน ternary form เคร่งครัด เหมือนกับ Scherzo and trio ในยุค Classic แต่หลังจากแต่ง Scherzo บทแรกผ่านไป บทต่อๆมาเขาปฏิบัติต่อ form เพลงอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น  Scherzo in C#mOp.39 หรือบทที่ 3 อยู่ใน Sonata form แบบดัดแปลง

Nocturne ของ Chopin ถอดแบบมาจาก John Field ชาว Irish แต่ของ Chopin มีความลุ่มลึกทาง harmony ที่ซับซ้อนและสะเทือนอารมณ์มากกว่า ทั้งสื่อถึงความบริสุทธิ์และไร้เดียงสา และมีลักษณะของ salon music (ดนตรีเล่นตามร้านเหล้า)

ในผลงาน nocturne และผลงานขนาดกลาง ส่วนของ reprise (recapitulation ใน form ที่ไม่ใช่ sonata) มักจะเป็นเหมือนการกลับมาเพื่อพักผ่อนหลังจาก middle section ที่สับสนอลหม่าน และในอีกแบบหนึ่ง reprise เป็นการย้ำถึงจุดสูงสุดในบทเพลง (climactic restatement)

Chopin มักจะแนะนำสิ่งใหม่ๆให้ผู้ฟังแปลกใจในส่วนนี้ และในบางครั้งบางคราวเขาก็ละเว้นส่วน reprise ใน nocturne ไปพร้อมกันเลย อีกบทบาทหนึ่งที่มีลักษณะเด่นคือการใช้ grace note เป็นขบวนยาว และแสดงลักษณะเป็น variation และลักษณะของ cadenza ที่เต็มไปด้วย chromatic


 

ตัวอย่างสินค้า

Blues Improvisation Complete
Blues Improvisation Complete
$22.99



The Big Book of Alto Sax Songs
The Big Book of Alto Sax Songs
$16.45



Pacific Coast Horns: Horn Utopia
Pacific Coast Horns: Horn Utopia
$26.80



Take the Lead Classical Collection: Alto Saxophone (Book & CD)
Take the Lead Classical Collection: Alto Saxophone (Book & CD)
$16.25



Take the Lead Classical Collection: Clarinet (Book & CD)
Take the Lead Classical Collection: Clarinet (Book & CD)
$15.95



สินค้ามาใหม่

Blues Improvisation Complete
Blues Improvisation Complete
$22.99

Random Products

Ballads (Trombone) Play-Along Solos for Trombone
Ballads (Trombone) Play-Along Solos for Trombone
$10.95
At the Piano with Liszt
At the Piano with Liszt
$9.95

รายการสินค้า


รายการสินค้าทั้งหมด





ลืมรหัสผ่าน?
ลืมชื่อผู้ใช้ของคุณ?

ค้นหา สินค้า

ตรวจสอบ สถานะการจัดส่ง

Track & Trace

เลือก อัตราแลกเปลี่ยนเงิน


To be my friend

ขณะนี้ Online

เรามี 51 บุคคลทั่วไป ออนไลน์