Prelude Music Book

Your Cart

รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

You are here: Home กิจกรรม/บทความ บทความ ความสำคัญและบทบาทของ Chromatic harmony

ความสำคัญและบทบาทของ Chromatic harmony

อีเมล พิมพ์ PDF

ความสำคัญและบทบาทของ Chromatic harmony

Chromatic ใน ยุคแรกๆที่เริ่มเกิดขึ้น มีสาเหตุจากความต้องการหนีออกจากขอบเขตและสำเนียงเสียงที่คุ้นหู การประสานที่ฟังเป็นระเบียบ ออกมาแสวงหาพัฒนาต่อ ในปลายยุคคลาสสิค เบโธเฟ่นเป็นผู้ก้าวออกจากแนวคิดเดิมๆของการประสานเสียง ( สะท้อนอยู่ในผลงานชิ้นเล็กใหญ่ทั้งหลาย เช่น Sonata และ Symphony ที่โน้มน้าวอารมณ์ ) สำเนียงของ Chromatic เริ่มแฝงอยู่ตั้งแต่ยุคปลายของเบโธเฟ่นนั้นมา

จากสมัยนั้น chromatic ได้ใช้ในในการดำเนินทำนอง ในลักษณะ sequence ของประโยค หรือ ในการเปลี่ยนบันไดเสียงชั่วขณะ ในการขอยืม chord ของบันไดเสียง minor คู่ขนาน การเรียง movement ที่ นำท่อนช้าขึ้นมาก่อนเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะต้องเกิดบนเส้นทางของวิวัฒนาการทางกฎเกณฑ์ ซึ่งๆค่อยๆคลายตัวออกสู่เส้นทางที่กว้างและหลากหลายกว่า

จากคลาสสิคถึงยุคโรแมนติคตอนต้น คีตกวีหลายคนสร้างผลงานที่ยังอยู่ในกรอบล้อมของ Structure และ Form ( รูปแบบและเนื้อหา ) อัน เคร่งครัดแน่นอน แต่การเรียบเรียงภายในมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างสูง สิ่งที่เห็นเป็นตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลงคือ ความคมชัดของจุดตัดหรือจุดเปลี่ยนโครง Chord จะไม่ เรียบง่ายเหมือนเก่า ความตรงไปตรงมาของการประสานเสียงที่ลดน้อยลง มักจะถูกสอดแทรกไว้ด้วยขั้นตอนและการพัฒนาแปรสภาพที่มากขึ้น เสียงที่โยงใยสนับสนุนเชื่อมต่อกันอยู่ภายในทำให้พื้นผิวของดนตรี (texture) เปลี่ยนไป ลูกจบ (cadence) ที่มีรูปแบบ น้ำหนัก และโอกาสใช้งานต่างๆกัน เมื่อผ่านเลยมาถึงยุคโรแมนติคตอนปลายคุณสมบัติต่างๆก็ขยายขอบเขตครอบคลุมมากขึ้น

ดนตรี โรแมนติคยุคนี้จะก้าวเข้าไปสู่ช่วงที่มีความผันผวนคลุมเครือในบันได เสียงอย่างมาก ลักษณะการสอดประสานนั้นหนาแน่นกว่า และมีลักษณะกลบเกลื่อนศูนย์กลางและตัวหลักสำคัญในบันไดเสียง เป็นต้นว่า tonic และ dominant จะปรากฏเฉพาะช่วงสำคัญและหายไปเป็นเวลานาน ,cadence อาจจะเกิดเลื่อนลอยย้ายตำแหน่งบันไดเสียงไปเรื่อยๆ

การใช้ chromatic chord, chromatic sequence ที่เกิดขึ้นติดต่อกัน เป็นระยะทางยาว เป็นสัดส่วนที่ใช้เวลาดำเนินเพลงมาก เมื่อเทียบกับยุคโรแมนติคตอนต้นซึ่ง chromatic ซึ่งเกิดขึ้นในยุคแรกจะยึดถือโครงสร้างของ form, harmony และ chord progression ไว้ยืนพื้นมากกว่า

Chromatic ที่ คีตกวีนำมาใช้ยุคโรแมนติคตอนปลายจะครอบคลุมอยู่แทบทุกส่วนของเนื้องาน โดยสัญชาตญาณในการนำมาใช้ใช้ ในหลายๆผลงาน ครึ่งหนึ่งของการจัดองค์ประกอบ เป็นการจัดเรียง sequence ที่สัมพันธ์กันเป็นขั้นครึ่งเสียง เป็น relative minor และ จัดวาง harmonic sequence ที่สัมพันธ์กันในระยะทางที่เป็น tritone การ ย้ายบันไดเสียงออกจากความจำเจด้วยการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างบันไดเสียงที่ อยู่ห่างไกลกันมากขึ้น คือเป็นบันไดเสียงที่เป็นญาติของญาติกันหลายชั้น

หลายครั้งที่วางบันไดเสียงที่หักมุมกันมาไว้ใกล้กัน หรือการเปลี่ยนอย่างฉับพลัน (abrupt switch) เช่นจาก C major สู่ E major ในช่วงแรกของอุปรากร Don Juan ของริชาร์ดสเตร้าซ์ มีการ modulation ที่ผันผวนระยะทางสั้นๆ ภายใต้จุดยืนพื้นบางอย่าง เช่น การเปลี่ยนจาก G minor สู่ D minor โดยมี chord G flat major เล่นคลุมไว้ อีกทั้งการรวมสองบันไดเสียงเข้าไว้ด้วยกัน (polytonal) ซึ่ง บางชุดเป็นบันไดเสียงที่ไม่น่าจะเข้ากันได้เพราะห่างไกลกันในความสัมพันธ์ ซึ่งดูได้จากตัวสะกดชุดโน้ตที่ใช้เป็นสมาชิก สะกดไม่ซ้ำกันเกือบทุกๆตัว เช่น การใช้บันไดเสียง A major และ E-flat minor ร่วมกันใน Elektra ของ Strauss ซึ่งเป็นการใช้ตัวสะกดโน้ตที่ห่างไกลกันและเป็นการใช้องค์ประกอบร่วมกันของบันไดเสียงทางทั้งฝั่ง major และ minor  ซึ่งถือเป็น Parallel key

modulation ของ ไปยังบันไดเสียงเครือญาติต่างๆ และการคาดเดาทิศทางแนวโน้มเกี่ยวกับการพัฒนาและคลี่คลายไปของเสียง ผู้ฟังจะติดตามได้อย่างมีรสชาติ เนื่องมาจากมีความหลากหลายและมีทางเลือกให้ไปมากเพราะการใช้ chord diminished seventh ซึ่งมีลักษณะกลวง ไม่หยุดนิ่ง พร้อมจะเกลาต่อไป ความสัมพันธ์ของเสียงที่เดินกันเป็น tritone ระหว่างสมาชิกคอร์ด สร้างความรู้สึกไร้แรงโน้มถ่วง ไม่มีทิศทางและจุดพัก

นอกจากนี้ดนตรีในยุคนี้ อิทธิพลและความแพร่หลายในการใช้ chromatic chord คีตกวียังนิยมใช้และ Mediant และ Submediant chord ซึ่งรากฐานของมันนั้นอยู่บนสมาชิกใน scale ขั้นที่ 3 และ 6 ซึ่งไปขอยืมสมาชิกบางตัวของบันไดเสียง minor มา chord ทั้ง 2 นี้ให้คุณภาพที่ต่างไปจาก chord 1,4 และ 5 เพราะ chord ตำแหน่งพื้นต้นที่ใช้กันมากในยุคคลาสสิค (chord พื้นต้น 1,4,5 จะให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับ tonic มากกว่า และง่ายกับการจัดการงานเพลงให้เป็นบทๆ เป็นส่วนๆ เพราะ chord หลักๆเหล่านั้นสร้างแรงโน้มถ่วงและความตึงตัวสูงกว่า )

คุณภาพที่เราจะได้รับฟังสำหรับ mediant และ submediant chord คือ สีสันของ minor mode ที่เกิดตัดกับความเป็น Major

และสำหรับ chromatic mediant และ chromatic submediant คือ สีสันคู่ขนานของ mediant และ submediant chord ที่มีมาเพื่อเพิ่มความหลากหลาย chord chromatic 2 คู่หลัง (Mutated chords) ดูเหมือนจะช่วยย้ายความรู้สึกให้ไปอยู่อีกฟากหนึ่งของบันไดเสียงพื้นฐาน

ในส่วนประกอบที่เราเห็นเป็น function ของหน้าที่ในแต่ละประเภทโน้ต มีการใช้ suspension ,passing notes และ anticipation note ที่ควบซ้อนร่วมกัน เกิดขึ้นพร้อมๆกันและคาบเกี่ยวกันซับซ้อน โดยมากจะเป็นเรื่องเสียงที่เกิดขึ้นซ้อนเหลื่อม chord กระด้างที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้เกลาหรือไม่ได้มีการเกลาลงในตอนท้ายและจบลงเลย (unresolved dissonances)

ในกฏเกณฑ์เดิมๆ ของการเปลี่ยน chord ความชัดเจนจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่กระบวนการเปลี่ยน( progression ) ดำเนินไป โดยในยุคคลาสสิคการเข้าสู่ chord ใหม่ จะลงตรงตัว มีทางเลือกไม่มากเหมือนยุคนี้และสามารถคาดเดาแนวโน้มของชุดคอร์ดต่อไปได้ รวมทั้งกะประมาณระยะทางที่จะได้ยินอยู่ในบันไดเสียงนั้นๆ โดยเฉพาะในจุดสำคัญของการเชื่อมต่อและจบประโยค แต่ดนตรียุคโรแมนติคตอนปลายสัดส่วนและวิถีจะขึ้นกับอารมณ์และแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ตรรกะเหตุผล ไม่ใช่เดินบนทางเลือกของความเป็นไปได้แห่งกฏเกณฑ์

กล่าวโดยสรุปคือ chromatic ในดนตรี tonal มีรากฐานตั้งอยู่บน chromatic scale ซึ่งขยายขอบเขตในการสอดประสานออกไป มากกว่าในยุคที่ผ่านมา ( คือยุคของ diatonic tonal ) ลักษณะรูปแบบของ chromatic tonal harmony มีดังต่อไปนี้

1.      Chromatic mediant relationship

2.      Direct Modulations

3.      Tritone relationships

4.      Real sequences

5.      Brief tonicizations

6.      Suspended tonality

7.      Enharmonicism

8.      Parallel voice leading

9.      Diminisded-7th chords

10.  Nonfunctional chord successions

11.  Voice-leading chords

12.  Augmented triads

13.  Unresolved dissonances

14.  Equal division of the octave

15.  Nonfunctional bass lines

16    Unclear distinction between chord tones and embellishments

 

 

แก้ไขล่าสุด ( วันอาทิตย์ที่ 03 พฤษภาคม 2009 เวลา 23:26 )  

ตัวอย่างสินค้า

Blues Improvisation Complete
Blues Improvisation Complete
$22.99



The Big Book of Alto Sax Songs
The Big Book of Alto Sax Songs
$16.45



Pacific Coast Horns: Horn Utopia
Pacific Coast Horns: Horn Utopia
$26.80



Take the Lead Classical Collection: Alto Saxophone (Book & CD)
Take the Lead Classical Collection: Alto Saxophone (Book & CD)
$16.25



Take the Lead Classical Collection: Clarinet (Book & CD)
Take the Lead Classical Collection: Clarinet (Book & CD)
$15.95



สินค้ามาใหม่

Blues Improvisation Complete
Blues Improvisation Complete
$22.99

Random Products

The Studio Recordings - New York 1985 Liszt Scarlatti Scubert Schumann Scriabin
The Studio Recordings - New York 1985 Liszt Scarlatti Scubert Schumann Scriabin
$4.09
Lovers' Adagios (2CD)
Lovers' Adagios (2CD)
สอบถามราคา

รายการสินค้า


รายการสินค้าทั้งหมด





ลืมรหัสผ่าน?
ลืมชื่อผู้ใช้ของคุณ?

ค้นหา สินค้า

ตรวจสอบ สถานะการจัดส่ง

Track & Trace

เลือก อัตราแลกเปลี่ยนเงิน


To be my friend

ขณะนี้ Online

เรามี 35 บุคคลทั่วไป ออนไลน์